คำถามที่นักลงทุนมุสลิมถามบ่อยที่สุดข้อหนึ่งคือ ลงทุนหุ้นแล้วต้องจ่ายซะกาตไหม คำตอบขึ้นอยู่กับ เจตนาตอนซื้อ บทความนี้สรุปตามแนวทางที่ ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีคนที่ 19 เคยบรรยายไว้
เริ่มจากนิศอบ (เกณฑ์ขั้นต่ำ)
ทรัพย์สินต้องถึงนิศอบและครบรอบปีจันทรคติก่อน จึงต้องจ่ายซะกาต นิศอบเทียบเท่า ทองคำ 85 กรัม
ตัวอย่าง ถ้าทองราคา 3,500 บาทต่อกรัม นิศอบ = 3,500 × 85 = 297,500 บาท (เช็กราคาทองล่าสุดทุกครั้งก่อนคำนวณ)
กรณีที่ 1: ถือยาว หวังเงินปันผล
ถ้าตั้งใจซื้อเพื่อเป็นเจ้าของกิจการและรับเงินปันผล
- ตัวหุ้น (เงินต้น) ไม่ต้องนำมาคำนวณ เทียบเหมือนทรัพย์สินถาวร
- เงินปันผลที่ได้รับ นำไปรวมกับทรัพย์สินอื่น แล้วจ่ายเมื่อครบรอบปีและถึงนิศอบ
ตัวอย่าง พอร์ตหุ้น 800,000 บาท (ไม่นับ) เงินปันผลสะสม 100,000 บาท เงินสดและทอง 250,000 บาท รวม 350,000 บาท เกินนิศอบ
ซะกาต = 350,000 × 2.5% = 8,750 บาท
กรณีที่ 2: เทรดสั้น หวังส่วนต่างราคา
ถ้าตั้งใจซื้อเพื่อขายทำกำไร หุ้นจะมีสถานะเป็น สินค้า (Trading Goods) ต้องนำมูลค่าตลาดทั้งหมด ณ วันครบรอบมาคำนวณ
ตัวอย่าง พอร์ตเทรดมูลค่า 400,000 บาท เงินสดและทอง 150,000 บาท รวม 550,000 บาท เกินนิศอบ
ซะกาต = 550,000 × 2.5% = 13,750 บาท
เคล็ดลับ: ใช้รอมฎอนเป็นวันครบรอบ
กำหนดให้รอมฎอนเป็นวันคำนวณประจำปี ก่อนเข้าเดือนให้ตรวจทรัพย์สิน เช็กราคาทอง แล้วคำนวณซะกาต จะได้ไม่ลืม และได้จ่ายในเดือนที่มีความประเสริฐ
เนื้อหานี้มีไว้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สถานะฮาลาลของหุ้นและสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจ

